ภาษาอังกฤษแตกต่างจากภาษาไทยเรื่องของเวลา นั้นหมายความว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปวิธีการพูดต่าง ๆ ก็แตกต่างกันไปตามเวลานั้น ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตหากจะต้องมีการพูดถึงหรือเขียนถึง กริยาในประโยคจะต้องเปลี่ยนรูปแบบไป
Past simple tense คืออะไร ใช้อย่างไร ?
Past simple tense คือ tense ที่ใช้แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งใน tense นี้จะมีโครงสร้างประโยคที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนนักนั้นก็คือ การใช้กริยาช่องที่ 2 นั่นเอง
เช่น I went to the market yesterday.
I played football with my friends last month.
จะเห็นได้ว่าโครงสร้างประโยคใน tense นี้นั้นไม่ยากแต่สิ่งที่ผู้เรียนควรรู้นั้นก็คือ กริยาช่องที่ 2 นั้นเป็นรูปกริยาแบบใดเพราะการเปลี่ยนกริยาให้เป็นช่องที่ 2 นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบดังต่อไปนี้ค่ะ
1. Regular Verbs: กริยากลุ่มนี้เราสามารถเติม ed/d ลงไปท้ายคำได้เลย
เช่น walked, smiled, lived แต่ก็ยังมีกฏอักนิดหน่อยดังต่อไปนี้ค่ะ
- กริยาทั่ว ๆ ก็เติม ed ท้ายกริยานั้น ๆ ได้เลย เช่น worked, cleaned, started
- กริยาที่ลงท้ายด้วย e ก็เติมแต่ d ตัวเดียวก็พอค่ะ เช่น lived, danced
- กริยาที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม ed เช่น cry = cried, try = tried
- กริยาเสียงสั้นที่มีตัวสะกด 1 ตัว สระ 1 ตัว ให้เพิ่มตัวสะกดตัวสุดท้ายอีกตัวก่อนแล้วค่อยเติม ed เช่น planned, stopped
2. Irregular Verbs คือ กลุ่มของคำกริยาที่ต้องเปลี่ยนรูปไปเลย นั้นก็คือกริยาสามช่องที่เราเคยท่องตอนเด็ก ๆ น่ะค่ะ
- begin - began
- run - ran
Past simple tense คืออะไร ใช้อย่างไร ?
Past simple tense คือ tense ที่ใช้แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งใน tense นี้จะมีโครงสร้างประโยคที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนนักนั้นก็คือ การใช้กริยาช่องที่ 2 นั่นเอง
เช่น I went to the market yesterday.
I played football with my friends last month.
จะเห็นได้ว่าโครงสร้างประโยคใน tense นี้นั้นไม่ยากแต่สิ่งที่ผู้เรียนควรรู้นั้นก็คือ กริยาช่องที่ 2 นั้นเป็นรูปกริยาแบบใดเพราะการเปลี่ยนกริยาให้เป็นช่องที่ 2 นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบดังต่อไปนี้ค่ะ
1. Regular Verbs: กริยากลุ่มนี้เราสามารถเติม ed/d ลงไปท้ายคำได้เลย
เช่น walked, smiled, lived แต่ก็ยังมีกฏอักนิดหน่อยดังต่อไปนี้ค่ะ
- กริยาทั่ว ๆ ก็เติม ed ท้ายกริยานั้น ๆ ได้เลย เช่น worked, cleaned, started
- กริยาที่ลงท้ายด้วย e ก็เติมแต่ d ตัวเดียวก็พอค่ะ เช่น lived, danced
- กริยาที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม ed เช่น cry = cried, try = tried
- กริยาเสียงสั้นที่มีตัวสะกด 1 ตัว สระ 1 ตัว ให้เพิ่มตัวสะกดตัวสุดท้ายอีกตัวก่อนแล้วค่อยเติม ed เช่น planned, stopped
2. Irregular Verbs คือ กลุ่มของคำกริยาที่ต้องเปลี่ยนรูปไปเลย นั้นก็คือกริยาสามช่องที่เราเคยท่องตอนเด็ก ๆ น่ะค่ะ
- begin - began
- run - ran